Entries RSS Comments RSS

โรคลมชัก หรือที่เรียกว่า ลมบ้าหมู

December 22nd, 2014

ลมบ้าหมู หมายถึง โรคลมชัก ชนิดหนึ่งที่มีอาการเป็นลมหมดสติ และชักกระตุกทั้งตัว ซึ่งจะเป็นอยู่นานไม่กี่นาที แล้วฟื้นคืนสติได้เอง มักจะมีอาการเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ผู้ที่มีอาการของโรคนี้ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องต่อเนื่อง ผู้ป่วยก็จะสามารถดำเนินชีวิตเช่นคนปกติทั่วไป แต่ถ้าขาดการรักษา ปล่อยปละให้เกิดอาการชักบ่อยๆ ก็อาจได้รับอันตรายจากอุบัติเหตุขณะเกิดอาการ เช่น ตกจากที่สูง จมน้ำ รถชน เป็นต้น

สาเหตุของ โรคลมชัก

ส่วนใหญ่เกิดขึ้นโดยตรวจไม่พบสาเหตุชัดเจน เชื่อว่ามีความ พร่องของสารเคมีบางอย่างในการควบคุมกระแสไฟฟ้าในสมอง (โดยที่โครงสร้างของสมองเป็นปกติดี) ทำให้การทำหน้าที่ของสมองเสียความสมดุล มีการปลดปล่อยกระแสไฟฟ้าอย่างผิดปกติของเซลล์สมอง กระตุ้นให้เกิดอาการชัก และหมดสติชั่วขณะ ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะมีอาการครั้งแรกในช่วงอายุ 5-20 ปี และอาจมีประวัติว่ามีพ่อแม่หรือพี่น้องเป็นโรคนี้ด้วย

ส่วนน้อยอาจเกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างสมอง (เช่น สมองพิการแต่กำเนิด สมองได้รับกระทบกระเทือนระหว่างคลอด สมองพิการภายหลังการติดเชื้อ แผลเป็นในสมองหลังผ่าตัด ฝีในสมอง เนื้องอกในสมอง โรคพยาธิในสมอง เลือดออกในสมอง) ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ โรคพิษสุรา ยาเสพติด (เช่น การเสพยาบ้าเกินขนาด) พิษจากการใช้ยาบางชนิดที่ใช้เกินขนาด เป็นต้น มักพบว่ามีอาการชักครั้งแรกในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ และมีคนอายุมากกว่า25 ปี

อาการของ โรคลมชัก

ผู้ป่วยอยู่ๆ ก็มีอาการหมดสติ เป็นลมล้มพับกับพื้นทันทีทันใด พร้อมกับมีอาการกล้ามเนื้อเกร็งทั้งตัว หายใจลำบาก หน้าเขียว ซึ่งจะเป็นอยู่นานไม่กี่วินาทีถึง 20  วินาที ต่อมาจะมีอาการชักกระตุกของกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายเป็นระยะๆ และมีอาการตาค้าง ตาเหลือก ในระยะแรกมักจะชักถี่แล้วค่อยๆ ลดลงตามลำดับ จนกระทั่งหยุดกระตุก ในช่วงนี้จะมีอาการน้ำลาย ฟูมปาก และอาจมีเลือดออกจากการกัดถูกริมฝีปาก หรือลิ้นตัวเอง อาจมีอาการปัสสาวะหรืออุจจาระราดร่วมด้วย

อาการชักจะเป็นอยู่นานประมาณ 1-3 นาที (บางรายอาจนาน 5-15 นาที) แล้วฟื้นสติตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกมึนงง อ่อนเพลีย บางรายอาจม่อยหลับไปนานเป็นชั่วโมงๆ

ภาวะ Malignant Hyperthermia จากการวางยาสลบ

December 22nd, 2014

จากข่าวในสังคมออนไลน์ที่มีการแชร์ในเฟสบุคว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิตจากการผ่าตัดศัลยกรรม โดยมีทั้งภาพและข้อความว่า เมื่อคืนวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุทางการผ่าตัด เนื่องด้วยระหว่างผ่าตัดหญิงหรือเฟิร์นอันเป็นที่รักของครอบครัวได้มีไข้ ขึ้นสูง มีอาการความดันต่ำ จากภาวะ Malignant Hyperthermiaเป็นภาวะที่ไม่พึงประสงค์ ทางแพทย์และพยาบาลได้พยายามยื้อชีวิตอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ไม่เป็นผล(อ่านข่าว) สาวๆหลายๆคนที่สนใจในเรื่องของการทำศัลยกรรมคงจะตกใจ และกลัวอยู่ไม่น้อย และคงสงสัยกันว่า ภาวะ Malignant Hyperthermia คืออะไรกันแน่ และสามารถทำให้เสียชีวิตได้เลยหรือ? และถ้าหากอยากจะผ่าตัดศัลยกรรม จะเสี่ยงกับภาวะ Malignant Hyperthermia มากแค่ไหน วันนี้ health.mthai มีคำตอบมาให้ค่ะ ไปดูกันเลย

ภาวะ Malignant Hyperthermia หรือ MH เป็นภาวะเกี่ยวข้องกับการชะงักลมหายใจ จากการวางยาสลบในขั้นตอนศัลยกรรมปฏิกิริยาสนองของร่างกายต่อโรคนี้ก็คือ การที่กล้ามเนื้อเกิดการหดรัดแน่น ที่มาจากเซลล์กล้ามเนื้อเกร็ง มีไข้สูง และกล้ามเนื้อหยุดทำงาน แม้ว่าจะเป็นภาวะที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็สามารถทำให้คนไข้เสียชีวิตได้ ในอีกทางหนึ่งก็อาจกล่าวได้ว่าต้องขึ้นอยู่กับความโชคร้ายของแต่ละบุคคล เพราะการที่กลไกในร่างกายหยุดทำงานนั้น ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ดังเช่นในรายงานเมื่อปี 1960 และ 1970 ที่มีประชากรร้อยละ 80 เสียชีวิตเพราะภาวะ MH แต่ปัจจุบันเหลือเพียงร้อยละ 10 เนื่องจากมีการแพทย์พัฒนารุดหน้าไปมาก จึงสามารถรับมือกับความเสี่ยงของภาวะ MH ที่อาจเกิดขึ้น

รู้หรือไม่? เครียด แล้วทำให้ อ้วน

December 22nd, 2014

ทักทายความเครียด

ในแต่ละวัน เราทุกคนต้องเผชิญหน้ากับความเครียด ซึ่งจะเครียดจากงาน จากลูกชาย หรือปัญหาน้ำท่วม ก็นับว่าเป็นความเครียดอย่างหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้มีความมุ่งมั่นที่จะฟันฝ่าอุปสรรค์ต่างๆ แต่หากว่าความเครียดระดับขี้เล็บเหล่านี้เดินหน้ามาอย่างสม่ำเสมอ และคุณก็ไม่สามารถหาทางแก้ไขได้ เจ้าความเครียดนี่แหละที่จะก่อปัญหาด้านสุขภาพตามมาติดๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพจิตใจ ส่งผลต่อหัวใจ ภูมิต้านทานต่ำ หรือแม้แต่รบกวนความรู้สึกอยากและหิวหาอาหาร ซึ่งบางรายเมื่อรู้สึกเครียดก็จะไม่ยอมรับประทานอะไรเลย ในขณะที่บางรายจะสรรหาสารพัดของกินมากินแก้เครียด

สมองสั่งคุณ อ้วน ได้

เมื่อเกิดความเครียด ทุกสิ่งอย่างจะถูกกักตุนไว้ที่สมอง โดยเจ้าสมองอันชาญฉลาดจะส่งสัญญาณไปยังต่อมแอดรินาลีน ซึ่งอยู่เหนือบริเวณไตให้หลั่งฮอร์โมนความเครียดชนิดหนึ่งออกมา นั่นคือ ‘คอร์ติโซล’ ที่จะส่งสัญญาณบอกเซลล์ไขมันในช่องท้องให้สร้างไขมันสะสมเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นที่เก็บพลังงาน เมื่อถูกกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกของการต่อสู้ หรือเป็นกลไกในการปกป้องตนเอง คล้ายกับการยกโอ่งหนีไฟไหม้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สมองของเราไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างความเครียดที่เกิดจากการเอาตัวรอดและความเครียดที่เกิดขึ้นในทุก ๆ วัน ซึ่งจะทำให้ร่างกายรู้สึกอยากอาหารโดยเฉพาะอาหารที่เน้นแคลอรีและไขมัน จนในที่สุดสาวกความเครียดก็จะสะสมไขมันมากกว่าคนปกติ หรือคนที่มีอารมณ์ดี

นอกจากนี้ ฮอร์โมนคอร์ติโซลยังสามารถเข้าไปกระตุ้นให้ปริมาณของอินซูลินและเลพตินเพิ่มขึ้น โดยอินซูลินคือฮอร์โมนที่ถูกขับออกมาในตับอ่อน ซึ่งจะส่งผลให้รู้สึกอยากอาหารอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่เลพตินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จะคอยบอกกับสมองว่า เมื่อใดจึงควรหยุดความอยากอาหาร เมื่อไรจะเร่งอัตราการเผาผลาญอาหาร และเมื่อใดร่างกายต้องเผาผลาญไขมันที่สะสมไว้ แต่เมื่อความเครียดกระตุ้นให้รู้สึกอยากอาหารไขมันสูง ร่างกายของก็จะหยุดตอบโต้เลพติน ซึ่งทำให้ระบบสั่งการรวนเร จึงส่งผลให้มีแนวโน้มว่าจะทานไม่ยั้ง โดยเฉพาะชายหญิงในวัยกลางคน

Hello world!

December 12th, 2014

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!